5 วิธีดูแลลูกน้อยเมื่อเป็นไข้หวัด และวิธีสังเกตอาการที่ควรพาไปพบแพทย์

เรียกได้ว่าเดี๋ยวนี้บ้านเรานั้นอาการเปลี่ยนแปลกบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวฝนตก ทำให้ใครหลายคนเป็นหวัดได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ร่างกายบอบบาง และยังมีภูมิคุ้มกันโรคได้ไม่ดีเท่ากับกับผู้ใหญ่ จึงทำให้เสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัสไข้หวัดอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเวลาที่ลูกเป็นหวัดแต่ละที ก็ทำเอาคุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลเป็นห่วงและไม่สบายใจตามไปด้วย เพราะอาการไข้หวัดของเจ้าตัวน้อย มีทั้งตัวร้อน น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไปจนถึงมีไข้สูง และบางครั้งยังอาจเกิดอาการแทรกซ้อนได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านอาจยังไม่รู้ว่าหากลูกน้อยเป็นหวัดขึ้นมาจะมีวิธีดูแลอย่างไร วันนี้กระปุกดอทคอมเลยได้นำวิธีดูแลลูกเป็นหวัด มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนแล้ว จะได้ดูแลรักษากันอย่างถูกต้อง มาดูกันเลยค่ะว่ามีวิธีใดบ้าง

1.นอนเยอะๆ

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อเข้ามา แน่นอนว่าจะอ่อนแอกว่าปกติค่ะ ลูกควรจะต้องนอนหลับพักผ่อนให้มีคุณภาพและนอนเยอะมากกว่าปกติ เนื่องจากเวลาที่ลูกนอนหลับ ร่างกายจะโฟกัสไปที่การทำงานเพื่อรักษาตัวเองให้หายจากอาการป่วยได้รวดเร็วกว่าตอนที่ลูกตื่นค่ะ ปกติแล้วเด็กในวัย 1-2 ขวบ จะนอนตอนกลางคืน 11-14 ชั่วโมงต่อวัน เด็กวัย 3-5 ขวบ จะนอนกลางคืน 10-13 ชั่วโมงต่อวัน และนอนกลางวันอีกครั้งละ 1-2 ชั่วโมง

ถ้าในช่วงที่ลูกไม่สบายอยู่ เขานอนทั้งวัน ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไปค่ะ ร่างกายของลูกกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายอยู่นั่นเอง

2.กินน้ำเยอะๆ

ให้ลูกกินน้ำเยอะๆ ในช่วงนี้ เนื่องจากน้ำจะเป็นตัวชะล้างเชื้อโรคที่ไม่ดีออกจากร่างกายของลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องอธิบายง่ายๆ ให้ลูกเข้าใจถึงเรื่องนี้ หากลูกยังไม่เข้าใจเรื่องเชื้อโรค ก็บอกเขาง่ายๆ อย่างเช่น น้ำจะทำให้ลูกรู้สึกดีขึ้นหลังจากที่ดื่มเข้าไปเล้ว บ่อยครั้งที่เด็กในวัยนี้ไม่ชอบกินน้ำ มันจึงเป็นเรื่องยากที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเกลี่ยกล่อมให้ลูกดื่มน้ำให้เพียงพอ พวกเขาจะได้หายจากอาการไปสบายได้เร็วขึ้นยังไงละคะ

ลองใช้วิธีอย่างการหาอนิเมชั่นง่ายๆ ให้ลูกดูแล้วเข้าใจ ตัวการ์ตูนน่ารักๆ จะทำให้ลูกคล้อยตาม หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกแนวธรรมชาติไม่ได้ให้ดูทีวี ก็ลองเล่าเป็นนิทานสั้นๆ ให้ลูกเข้าใจ และยอมทำตามได้ค่ะ

3.ล้างจมูก

เด็กๆ วัยนี้ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถสั่งขี้มูกออกมาได้ด้วยตัวเองนะคะ หรือบางคนก็สั่งแรงเกินไปจนทำให้หูอักเสบได้ การล้างจมูกคือการเอาเชื้อโรคที่อยู่ในน้ำมูกออกจากร่างกายได้ดีอีกวิธีหนึ่ง เด็กบางคนที่มีน้ำมูกเยอะจะทำให้หายใจไม่สะดวกเวลานอน กลายเป็นเด็กที่นอนกรน และทำให้หลับไม่สนิทค่ะ ช่วงที่ลูกเป็นหวัดการล้างจมูกลูกทุก 3-4 ชั่วโมงได้จะยิ่งดีนะคะ

4.บรรเทาอาการไอ

เมื่อเด็กๆ ที่อาการไอ ทั้งไอแห้งและไอแบบมีเสมหะ การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือให้ลูกกินน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นบ่อยๆ เด็กที่ไอมากๆ หรือไอรุนแรง จะทำให้เจ็บบริเวณกระดูกซี่โครงได้เหมือนกันนะคะ หากการกินน้ำบ่อยๆ อย่างเดียวแล้วยังไม่ดีขึ้น ลองโทรศัพท์ปรึกษาคุณหมอประจำตัวของลูกดูก่อน เพื่อหาวิธีแก้ไขอื่นค่ะ

5.พาไปหาคุณหมอ

หากลูกเป็นหวัดตั้งแต่ 7-14 วัน แล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะหาย หรือมีอาการที่แย่ลง คุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะพาลูกไปหาคุณหมอได้แล้วละค่ะ แต่ถ้าหากกังวลเรื่องเชื้อโรคในโรงพยาบาล ลองหาโรงพยาบาลที่แยกแผนกเด็กออกมา โดยไม่ผ่านไปชั้นผู้ป่วยอื่นๆ ดูนะคะ