โรคติดต่อทาง”เพศสัมพันธ์”

เรียกได้ว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ กลุ่มโรคต่างๆ ที่ติดต่อจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง โดยการร่วมเพศ บางโรคอาจติดต่อกันโดยการสัมผัส หรือถ่ายทอดสู่ลูกขณะอยู่ในครรภ์ ได้แก่ ซิฟิลิส หนองใน แผลริมอ่อน เริมอวัยวะเพศ เป็นต้น อาจแบ่งตามลักษณะอาการได้ดังนี้

– แผล ได้แก่ ซิฟิลิส แผลริมอ่อน เริมอวัยวะเพศ

– ฝี ได้แก่ กามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลือง (ฝีมะม่วง)

– หนอง ได้แก่ หนองใน หนองในเทียม

– อื่นๆ ได้แก่ หูดหงอนไก่ หูดข้าวสุก พยาธิช่องคลอด เชื้อราช่องคลอด โลน หิด

ความสัมพันธ์ระหว่างโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับเอดส์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคเอดส์ ส่วนใหญ่ติดต่อจากการมี เพศสัมพันธ์เหมือนกัน

การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์มีกลวิธีหลักและกลุ่มเป้าหมายเหมือนกัน

ผู้ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ เพิ่มอัตราการแพร่ระบาดของเชื้อเอดส์l ผู้ติดเชื้อเอดส์และติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ร่วมด้วย จะทำให้ ป่วยเป็นโรคเอดส์เร็วขึ้น

ป้องกันอย่างไร..ไม่ให้ติดโรค…

1. การปฏิบัติทางเพศอย่างปลอดภัย ( Safe sex)

– การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (Masturbation)

– การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการสอดใส่ (Non-penetrative sexual relationship)

– การร่วมเพศระหว่างคู่นอนที่ไม่มีเชื้อทั้งคู่

2. ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

3. รักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ

ถุงยางอนามัย ใช้อย่างไร ถูกวิธี

  1. ฉีกซอง ระวังอย่าให้เล็บสะกิดถุงยาง
  2. บีบปลายถุงยางไล่ลมก่อนใส่เสมอ หากปล่อยให้มีฟองอากาศที่ปลายถุง จะทำให้ถุงยางแตกขณะร่วมเพศ
  3. สวมถุงยางขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัว บีบปลายถุงยางขณะสวมแล้วรูดให้สุดโคน
  4. เมื่อเสร็จกิจให้รีบถอดอวัยวะเพศออก ขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัวอยู่ โดยใช้นิ้วสอดเข้าในขอบถุงยางแล้วรูดออก
  5. ระหว่างใช้ ถ้าลื่นหลุดหรือแตก ต้องเปลี่ยนอันใหม่ทันที และทิ้งในถังขยะที่มิดชิด

ถ้าสงสัย…รีบไปรักษา… หากมีอาการต่อไปนี้ คุณอาจติดโรคทางเพศสัมพันธ์

ผู้ชาย ปัสสาวะแสบขัด ขาหนีบบวม หรือเป็นฝีเจ็บปวดอวัยวะเพศ มีผื่น ตุ่ม แผล บริเวณอวัยวะเพศ มีเมือกใส หรือหนองไหลออกมา

ผู้หญิง เจ็บ เสียวท้องน้อย ขาหนีบบวม หรือเป็นฝี เจ็บปวด คันอวัยวะเพศ มีผื่น ตุ่ม แผลบริเวณอวัยวะเพศ มีตกขาวสีเหลือง มีกลิ่นเหม็น

ควรปฏิบัติตนอย่างไร? ขณะป่วย…และรักษา

  1. ควรงดร่วมเพศ รวมทั้งการสำเร็จความใคร่ด้วย ตนเอง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคและการอักเสบลุกลาม
  2. ควรงดดื่มเหล้า-เบียร์ และของมึนเมาทุกชนิด
  3. ควรพาคู่นอนไปตรวจ และรักษาโดยเร็วที่สุด
  4. รักษาอวัยวะเพศ และบริเวณใกล้เคียงให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ
  5. ไม่ควรซื้อยารักษาตนเอง ควรตรวจรักษากับแพทย์เท่านั้น เพราะอาจทำให้เชื้อดื้อยารักษาไม่หาย. บดบังอาการ และแพร่โรคติดผู้อื่นได้
  6. ไปรับการตรวจตามนัดทุกครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
  7. ในผู้ชาย

– ไม่ควรรีดอวัยวะเพศเพื่อดูหนอง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น

– ให้กลั้นปัสสาวะอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงก่อนมาตรวจทุกครั้ง